เกย์แก่ จน ไม่มีลูก มีอนาคตไหมในประเทศนี้?

อ่านแล้ว 0

รีวิว (3)

เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมผ่าน แต่ ‘บาดแผล’ ยังไม่จางหาย: บทบันทึกความรัก ความแก่ และการเมือง ของ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน


ในวันที่สยามประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยกระแส ‘ซีรีส์วาย’ ที่เต็มไปด้วยความรักสดใสของวัยรุ่นหนุ่มสาว กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ผู้กำกับที่เปรียบเสมือนนักรบทางวัฒนธรรม เลือกที่จะเดินสวนทาง


เธอไม่ได้พาเราไปดูเด็กมัธยมจีบกัน แต่พาเราไปจ้องมองรอยตีนกา ความหย่อนคล้อย และวิกฤตวัยกลางคนของคู่รัก LGBTQ+ วัย 50+ ในซีรีส์เรื่องใหม่ทาง Thai PBS และ VIPA ที่มีชื่อว่า “คืนนี้ผมนอนไม่หลับ” (Hard Nights)


ภายใต้ชื่อเรื่องที่ดูเหงาจับใจ กอล์ฟ ธัญญ์วาริน ไม่ได้กำลังจะเล่าแค่เรื่องของคนแก่ที่นอนไม่หลับ แต่เธอกำลังตั้งคำถามใหญ่กับสังคมไทยว่า “ในประเทศที่ความมั่นคงเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย เราจะแก่ตัวลงอย่างไรให้มีความหวัง?”


Master’s Cut คุยนอกบท อีพีนี้ ชวนคุณมานั่งคุยกับผู้กำกับที่สวมหมวกทั้งนักสร้างสรรค์และอดีตส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ถึงเบื้องหลังการทำงานที่ใช้ประสบการณ์ทั้งชีวิตกว่า 50 ปี กลั่นออกมาเป็น ‘จดหมายเหตุ’ ที่บันทึกทั้งบาดแผลและความงดงามของมนุษย์



นอนไม่หลับ ในประเทศที่มองไม่เห็นอนาคต


“คืนนี้ผมนอนไม่หลับ... จริงๆ ไม่ใช่แค่ผมหรอก คืนนี้คนไทยทุกคนนอนไม่หลับ”


กอล์ฟเริ่มต้นบทสนทนาด้วยการตีความชื่อเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าอาการทางกายภาพ เธอมองว่า ‘การนอนไม่หลับ’ คือสภาวะร่วม (Collective State) ของคนในสังคมไทยปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศไหน


“เราอยู่ในประเทศที่หาความมั่นคงกับอะไรไม่ได้เลย การเมือง เศรษฐกิจ สวัสดิการรัฐที่ยังไปไม่ถึงไหน เราไม่รู้ว่าตึกจะถล่มเมื่อไหร่ หรือสแกมเมอร์จะดูดเงินเราตอนไหน ความไม่ปลอดภัยในชีวิตเหล่านี้แหละที่ทำให้เราหลับไม่ลง”


เมื่อความไม่มั่นคงทางสังคมมาปะทะกับ ‘Silver Age’ หรือวัยสูงอายุที่เป็น LGBTQ+ ปัญหาจึงทวีคูณ แม่จำปี (ตัวละครในเรื่อง) คือภาพสะท้อนของกะเทยยุคเก่าที่ถูกกดทับทางโอกาสและอาชีพ จนบั้นปลายต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว


“เราไม่ได้เล่าแค่เรื่องความรักของเกย์แก่สองคน แต่เรากำลังเล่าปัญหาของมนุษย์คนหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 50 ปี ว่าเขาแบกรับอะไรไว้บ้าง และคำถามที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พี่ตัดสินใจทำเรื่องนี้คือ... เมื่อเราแก่แล้ว เรายังมีความฝันอยู่ไหม?



การทดลองทางเคมีของ ‘สายตา’


ความฮือฮาที่สุดของโปรเจกต์นี้ คือการโคจรมาพบกันของ หนุ่ม-สุรวุฑ ไหมกัน ในบท “อ้น” และ ตั๊ก-นภัสรัญชน์ มิตรธีรโรจน์ ในบท “จี๋” สองนักแสดงระดับตำนานยุค 90s ที่คนจำภาพว่าเป็นนักร้องขาร็อกและพระเอกนักบู๊


“พี่ชอบดวงตาของเขา” กอล์ฟตอบทันทีเมื่อถูกถามถึงเหตุผลในการแคสติ้ง “ทั้งพี่หนุ่มและพี่ตั๊กมีดวงตาที่สื่อสารได้โดยไม่ต้องพูด และพี่เชื่อเสมอว่าในความแมนของเขา มีความอ่อนโยน และเป็นผู้หญิง (Feminine) ซ่อนอยู่”


การจับคู่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิมมิคเพื่อล่อหาผู้ชม แต่คือการทลายกำแพง Ageism ในวงการบันเทิงไทย ที่มักผลักนักแสดงวัย 50+ ไปรับบทพ่อแม่ แต่กอล์ฟกลับมอบพื้นที่ ‘พระเอก-นายเอก’ ให้พวกเขาอีกครั้ง


“วันเปิดกล้อง ฉากที่เขานั่งใส่แว่นสายตายาวกันในคอนโด ทีมงานทุกคนขนลุก เพราะเขาไม่ได้เล่นเป็นเกย์ แต่เขาเล่นเป็นมนุษย์ที่รักกันมา 7 ปีจริงๆ มันคือความเป็นธรรมชาติที่ไม่ยัดเยียด และนั่นคือคำตอบว่าทำไมต้องเป็นสองคนนี้”



บาดแผลจาก ‘เสาร์ซาวเอ็ด’ ถึง ‘สมรสเท่าเทียม’


ในฐานะอดีต ส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม กอล์ฟยอมรับว่า ซีรีส์เรื่องนี้คือความฝันที่เป็นจริง แต่ในความฝันนั้น เธอไม่ลืมที่จะใส่ ‘ความจริง’ ที่เจ็บปวดลงไปด้วย


หนึ่งในฉากสำคัญของเรื่อง คือการจำลองเหตุการณ์ ‘เสาร์ซาวเอ็ด’ (เหตุการณ์ความรุนแรงในงาน Pride เชียงใหม่ ปี 2552) บาดแผลทางประวัติศาสตร์ที่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยรู้


“ทุกความสำเร็จมีบาดแผล สมรสเท่าเทียมที่เราได้มาในวันนี้ แลกมาด้วยการต่อสู้และการสูญเสียของคนรุ่นก่อน พี่อยากให้ซีนนี้ตะโกนบอกคนรุ่นใหม่ว่า เราเรียนรู้จากอดีตได้ เพื่อที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำ”


แม้ในโลกความจริงกฎหมายจะผ่านแล้ว แต่ในโลกของละคร ตัวละครอย่าง ‘อ้น’ และ ‘จิระ’ ยังต้องดิ้นรนกับการยอมรับจากครอบครัว นี่คือ Message สำคัญที่กอล์ฟต้องการสื่อสาร


“กฎหมายคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ยาวิเศษ สิ่งที่เราต้องทำต่อคือ Educate สังคม การมีทะเบียนสมรสไม่ได้ลบล้างบาดแผลที่ถูกกดทับมาทั้งชีวิตได้ทันที เราต้องสู้กันต่อในเชิงวัฒนธรรม จนกว่าโลกนี้จะไม่มีเพศ (Genderless) ไม่มีคำว่า LGBTQ+ จนกว่าเราจะเป็นแค่ ‘มนุษย์’ ที่เท่าเทียมกันจริงๆ”



คุณไม่ได้เหงาอยู่คนเดียว


แม้จะพูดถึงเรื่องหนักๆ ทั้งความตาย ความแก่ และความแตกสลาย แต่กอล์ฟยืนยันว่า คืนนี้ผมนอนไม่หลับ ถูกออกแบบมาเพื่อ ‘ฮีลใจ’


“มันเศร้านะ แต่มันมีทางแก้ และที่สำคัญคือเราจะเหงาไปด้วยกัน”


ฉากที่อ้นและเพื่อนๆ แก๊ง “สเปกตรัม แฟบูลัส” ไปเต้นหน้าเวทีหมอลำกับแม่จำปี (ต้อ-มารุต สาโรวาท) คือสัญลักษณ์ของการปลดปล่อยและการซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน มันคือคำสัญญาจากผู้กำกับถึงคนดูว่า ไม่ว่าคืนนี้คุณจะนอนไม่หลับด้วยสาเหตุใด คุณยังมีเพื่อนที่พร้อมจะนั่งข้างๆ ในความมืดมิดนั้น


“จากเด็กกะเทยบ้านนอกที่เคยถูกเพื่อนล้อว่าจะเป็นผู้กำกับได้ยังไง วันนี้พี่ได้ใช้ประสบการณ์ 50 ปี เล่าเรื่องที่อยากเล่า ได้พูดถึงกฎหมายที่ตัวเองเคยผลักดัน นี่คือจุดที่สุกงอมที่สุดในชีวิต และพี่เชื่อว่าใครที่ได้ดู จะนอนหลับด้วยความอิ่มเอมใจแน่นอน”


คืนนี้ผมนอนไม่หลับ อาจไม่ใช่ยาวิเศษที่ทำให้ปัญหาในชีวิตหายไป แต่เป็นเหมือนนมอุ่นๆ สักแก้ว หรืออ้อมกอดจากเพื่อนสนิท ที่กระซิบข้างหูเราเบาๆ ว่า...


“มึงไม่เหงานะ มีกูอยู่”



รับชมซีรีส์ “คืนนี้ผมนอนไม่หลับ” (Hard Nights) ได้แล้ววันนี้ที่ VIPA: ▶️ https://play.vipa.me/lVqBkveFHZb


เกี่ยวกับผู้เขียน
กฤษฏิ์ เอื้ออุดมเจริญชัย

คนชอบเล่าเรื่องที่ไม่เคยหมดเรื่องเล่า โตมากับวัฒนธรรมป๊อป และยังสนุกกับการตั้งคำถามกับโลกใบนี้อยู่ทุกวัน แม้ความช่างเพ้อฝันจะทำเงินไม่ค่อยได้... ก็ยังเลือกที่จะฝันอยู่ดี :)

แท็กที่เกี่ยวข้อง
เพศหลากหลาย
LGBT
LGBTQ
คืนนี้ผมนอนไม่หลับ
กอล์ฟ ธัญญ์วาริน
สมรสเท่าเทียม
ความรัก
ประเทศไทย
สังคม
สะท้อนสังคม
ปัญหาสังคม